Search

To search this website, please use the form below.

การตรวจมะเร็งปากมดลูก HPV ฉีดวัคซีน

มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งอันดับที่2ที่ผู้หญิงเป็นมากที่สุดรองจากมะเร็งเต้านม โรคนี้ที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้หญิงจำนวน มาก เนื่องจากเกิดได้ง่าย จึงไม่น่าแปลกใจที่ในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยรายใหม่มากถึง 500,000 คนทั่วโลกและเสียชีวีตมากที่สุด 5,000 คนต่อปี ทั้งยังเป็นโรคที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งของผู้หญิงไทย โชคดีที่มะเร็งชนิดนี้คุณสามารถป้องกันไดแต่มะเร็งมดลูกสามารถป้องกันได้

สาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก เชื้อ Human Papillomavirus หรือที่เรารู้จักกันดีว่า เชื้อ HPV เป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์ชนิดก่อมะเร็ง สายพันธุ์ 16 และสายพันธุ์ 18 เป็น 2 สายพันธุ์ที่พบได้บ่อยในมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 พบมากเป็นอันดับ 1 โดยพบได้ประมาณร้อยละ 50-55 และเชื้อ HPV สายพันธุ์ 18 พบได้มากเป็นอันดับ 2 ประมาณร้อยละ 15-20 ข้อมูลทางการแพทย์ยังพบว่า เชื้อ HPV สายพันธุ์ 18 พบได้บ่อยที่สุดในมะเร็งปากมดลูกชนิดเซลล์ต่อม ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้น มะเร็งชนิดเซลล์ต่อมเป็นมะเร็งที่มีโอกาสวินิจฉัยผิดพลาดได้สูงด้วยการตรวจแปปสเมียร์เพียงอย่างเดียว

วิธีการป้องกัน

1 หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย เนื่องจากมะเร็งปากมดลูก มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส HPV จึงมีความเป็นไปได้ว่าการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ระวัง โดยความเป็นเด็กอาจมีความรู้เท่าไม่ถึงการของการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์รวมถึงการเลือกคู่นอนสาเหตุเหล่านี้อาจนำมาซึ่งการติดเชื้อ HPV

2 หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆเพราะว่าการเปลี่ยนคู่นอนในบุคคลที่เราไม่รู้ถึงสภาวะทางสุขภาพอาจทำให้ติดเชื้อ HPV ได้

3 ลดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกลอฮอล์ เพราะการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกลอฮอล์นั้นทลายภูมิคุ้มกันของร่างกายทำให้ระบบของร่างกายอ่อนแอสามารถทำให้ติดเชื้อ HPV ได้ง่าย

4 ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ ผู้หญิงทุกคนควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทุกๆ 1-2 ปี หรือ 3-5 ปีสำหรับคนที่มีความเสี่ยงน้อย (มีคู่นอนแค่คนเดียว) นอกจากจะช่วยลดความความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งในส่วนอื่นๆ ใกล้เคียงอีกด้วย เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด ฯลฯ

5 ฉีดวัคซีนป้องกัน มะเร็งปากมดลูเป็นหนึ่งในมะเร็งไม่กี่ชนิดที่มีวัคซีนป้องกันโรคได้โดยเป็นการฉีด 3 เข็ม เข็มที่ 2 หลังจากเข็มแรก 1 เดือน และเข็มที่ 3 ฉีดหลังเข็มแรก 6 เดือน ผู้รับวัคซีนอาจได้รับผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น มีอาการบวม แดง คันบริเวณที่ฉีดอาการจะไม่หนัก และจะค่อยๆ หายไปเอง

Enquire Now!

Latest News

No recent news

Get in Touch

ติดต่อเราได้ที่ +66991090022 หรือช่องทางอื่น ๆ

Line ID: @mekoivf

Facebook